เยี่ยมชมจากโพสท์จังวันนี้ 3 คน
เยี่ยมชมจากเว็บอื่นๆ วันนี้ 0 คน
ไปหน้าแรก | ไปหน้ารวมไดอารี่
x

*^SomZy++BumBim^*'s Diary

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2551

คดีเขาพระวิหาร
ที่ตั้งและสภาพทั่วไปของปราสาทเขาพระวิหาร
ปราสาทเขาพระวิหารตั้งอยู่บนเทือกเขาพนมดงเล็กหรือดงรัก (ดองแร็กภาษาเขมรแปลว่าภูเขาไม้คา) กั้นพรมแดนไทย-กัมพูชา ตั้งอยู่บนงอยของเอื้อมผาที่สูงตระหง่าน ไม่อาจหาโบราณสถานในวัฒนธรรมเขมรแห่งอื่นใดจักมีความทัดเทียมได้ เดิมตั้งอยู่ที่บ้านภูมิชร็อล ระหว่างช่องโพย (ตะวันตก) กับช่องทะลาย ต.บึงมะลู อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ ในราชอาณาจักรไทย
ลำดับเหตุการณ์สำคัญเกี่ยวกับกรณีพิพาทเรื่องเขาพระวิหาร
• แผนที่อินโดจีนของชาแบร็ต แอล กัลลัง ซึ่งพิมพ์ก่อนการดำเนินงานของ คณะกรรมการผสมอ้างที่มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2444 แสดงว่าปราสาทเขาพระวิหารอยู่ในเขตสยาม
• แต่แผนที่ทางโบราณคดีของลูเนต์ เดอ ลาจองกิแยร์ ในปี พ.ศ. 2444 ตีพิมพ์เรื่องบัญชีทะเบียนโบราณสถาน ในปี พ.ศ. 2447 ได้ยืนยันว่า การปักปันเขตแดนครั้งสุดท้าย ทำให้เปรียะวิเชียรหรือเขาพระวิหารตกมาเป็นของฝรั่งเศส
• แต่ในช่วงเวลานี้ราชอาณาจักรสยามยังใช้อำนาจปกครองเขาพระวิหารต่อไป
• 11 ต.ค. 2483 กรมศิลปากรของราชอาณาจักรไทย (เปลี่ยนจากสยามในช่วงนี้) ได้ประกาศขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นโบราณสถานแห่งชาติ ต่อมา 4 ธ.ค. 2502 ไทยประกาศขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นโบราณสถานแห่งชาติอีกครั้งพร้อมทั้งมีแผนที่แสดงปราสาทเขาพระวิหารแนบท้าย
• ปี พ.ศ 2492 ฝรั่งเศส ริเริ่มและด้วยความเห็นชอบของกัมพูชาได้มีการคัดค้านอำนาจอธิปไตยของไทย เหนือเขาพระวิหารอย่างเปิดเผยเป็นครั้งแรก ฝรั่งเศสประท้วงว่าไทยไม่ควรส่งคนไปรักษาปราสาทเขาพระวิหาร
• กัมพูชาเริ่มเรียกร้องให้เขาพระวิหารเป็นส่วนหนึ่งของกัมพูชา เริ่มเป็นทางการ พ.ศ. 2501
• 1 ธ.ค. 2501 กัมพูชาตัดความสัมพันธ์ทางการฑูตกับไทย
** - 6 ต.ค. 2502 รัฐบาลกัมพูชายื่นฟ้องต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศหรือศาลโลกขอให้ศาลวินิจฉัยให้ราชอาณาจักรไทยถอนกำลังหรืออาวุธออกจากบริเวณเขาพระวิหาร และขอให้ศาลชี้ขาดว่าอธิปไตยเหนือเขาพระวิหารเป็นของกัมพูชา
ปัญหาที่เกี่ยวกับการปักปันเส้นเขตแดนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ปัญหาเรื่องเขตแดนระหว่างประเทศอาจถูกระงับไปช่วงระยะเวลาหนึ่ง เพราะ
1. รัฐที่เกี่ยวข้องยังไม่มีเทคนิคของการสำรวจพื้นที่ที่ดีพอหรือไม่สามารถนำเทคนิคเหล่านี้ไปใช้เพื่อตรวจว่าเส้นเขตแดนปัจจุบันถูกต้องตรงตามที่ตนได้ทำความตกลงไว้หรือไม่
2. รัฐที่เกี่ยวข้องเล็งเห็นว่าผลประโยชน์ของงานในด้านอื่นมีความสำคัญกว่า
3. รัฐที่มีดินแดนติดต่อกันยังไม่สามารถคำนวณผลประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจหรือการเมืองออกได้อย่างชัดเจน
- คดีปราสาทเขาพระวิหาร มาจากผลสืบเนื่องของอนุสัญญา ค.ศ. 1904 และ ค.ศ. 1907 (พ.ศ. 2450)
• ตามข้อกำหนดในอนุสัญญา ค.ศ. 1904 ( พ.ศ. 2447) ข้อ 1 และข้อ 3 กำหนดไว้ดังนี้
"ข้อ 1 เขตแดนระหว่างประเทศสยามกับกประเทศกัมพูชาเริ่มต้นบนฝั่งซ้ายของทะเลสาปจากปากแม่น้ำสะตุง โรลูโอส….ฯลฯ ……จนถึงทิวเขาดงรัก จากที่นั้นเส้นเขตแดนคือสันปันน้ำระหว่างลุ่มน้ำของแม่น้ำเสนและแม่น้ำโขงด้านหนึ่งกับแม่น้ำมูลอีกด้านหนึ่ง…………."
"ข้อ 3 ให้มีการปักปันเขตแดนระหว่างราชอาณาจักรสยามกับดินแดนที่ประกอบเป็นอินโดจีนฝรั่งเศส การปักปันนี้ให้กระทำโดยคณะกรรมการผสมประกอบด้วยพนักงานซึ่งประเทศภาคีทั้งสองแต่งตั้ง งานของคณะกรรมการจะเกี่ยวกับเขตแดนส่วนที่กำหนดไว้ในข้อ 1 และข้อ 2 ………."
คณะกรรมการผสมได้ดำเนินการปักปันเส้นเขตแดนจนเกือบจะแล้วเสร็จ แต่สยามกับฝรั่งเศสได้ชิงลงนามอนุสัญญาปี ค.ศ. 1907 ไปก่อน จึงยังไม่ได้มีการทำแผนที่สมบูรณ์ให้รัฐบาลทั้งสองฝ่ายลงนามรับรองแต่อย่างใด ต่อมาฝรั่งเศสได้ดำเนินการตีพิมพ์แผนที่ซึ่งรัฐบาลสยามยังไม่ได้รับรองอย่างเป็นทางการนั้น โดยได้จัดพิมพ์แต่เพียงฝ่ายเดียวที่กรุงปารีส แล้วจึงส่งแผนที่จำนวน 11 ท่อน มาให้รัฐบาลสยามในจำนวนนี้มีแผนที่ซึ่งเกี่ยวข้องกับดินแดนบริเวณเขาพระวิหารด้วยฉบับหนึ่ง รัฐบาลสยามมิได้รับรองแผนที่ดังกล่าวไว้เป็นลายลักษณ์อักษร แผนที่ดังกล่าวกำหนดเส้นเขตแดนบนภูเขาดงรักเรียกว่า "แผ่นดงรัก" (ไทยประท้วงว่าไม่ได้ผ่านความเห็นชอบและการพิจารณาของคณะกรรมการผสม) ดังนั้น หากยึดตามอนุสัญญา ค.ศ. 1904 (พ.ศ. 2447) ก็จะต้องกำหนดตามเขตแดนธรรมชาติคือ สันปันน้ำ ซึ่งไทยยืนยันว่าสันปันน้ำปันเขาพระวิหารมาไว้ในอาณาเขตไทย แต่แผนที่ทำขึ้นกำหนดปราสาทเขาพระวิหารอยู่ในกัมพูชา
• กัมพูชาอ้างว่าต้นฉบับแผนที่นี้พิมพ์โดยอาศัยอำนาจมอบหมายจากคณะกรรมการผสมมีไทยฝรั่งเศส ได้มีการส่งแผนที่ไปให้รัฐบาลสยามจำนวน 50 ฉบับ เสนาบดีมหาดไทยทรงตอบรับใน พ.ศ. 2451 กับขอเพิ่มเติมอีก 15 ชุด เพื่อไปแจกจ่ายแก่เจ้าพนักงานท้องถิ่น
คำพิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในคดีเขาพระวิหาร
กัมพูชาเป็นโจทก์ยื่นฟ้องไทยต่อศาลโลกหรือศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ เป็นเรื่องการอ้างอธิปไตยของคู่กรณีเหนือดินแดนซึ่งเป็นที่ตั้งของซากปราสาทพระวิหาร ตั้งอยู่บนเทือกเขา ซึ่งเป็นผืนดินที่ต่อเนื่องออกไปจากแผ่นดินของประเทศไทยในบริเวณเทือกเขา ดงรักและหักลงสู่พื้นที่ราบลุ่มในกัมพูชา ซึ่งอยู่ต่ำกว่าระดับเขาพระวิหารมาก
ก่อนหน้าที่กัมพูชาจะเสนอข้อพิพาทนี้ สนธิสัญญา พ.ศ. 2410 ระหว่างไทยกับฝรั่งเศส ได้แบ่งเส้นเขตแดนระหว่างสยามกับอินโดจีนให้อยู่ต่ำกว่าบริเวณซากปราสาทพระวิหาร ต่อมาฝรั่งเศสเห็นว่าการปักปันเส้นเขตแดนยังไม่ดีพอ
ประเด็นสำคัญ
ศาลโลกจะต้องพิจารณาคือการจัดพิมพ์แผนที่ดังกล่าวโดยการกระทำฝ่ายเดียวของฝรั่งเศสมีผลผูกพันทางกฎหมายต่อรัฐภาคีหรือไม่ เพียงใดและกัมพูชาจะมีอธิปไตยเหนือดินแดนที่เป็นที่ตั้งของปราสาทพระวิหารหรือไม่ ศาลได้ลงนามเห็นว่ากัมพูชามีอธิปไตยเหนือดินแดน ซึ่งเป็นที่ตั้งของพระวิหาร โดยอาศัยเหตุผล 2 ประการ ดังต่อไปนี้
1. ผลผูกมัดของแผนที่ภาคผนวกที่ 1 ได้แก่ คุณค่าในตัวเองของแผนที่ ความผิดพลาด ที่เกิดขึ้นในแผนที่และคุณค่าของแผนที่ที่ได้รับการยอมรับจากรัฐภาคี
1. คุณค่าของแผนที่ในตัวเอง มีการตั้งคณะกรรมการปักปันเส้นเขตแดนผสม ชุดที่ 2 ซึ่งมีหน้าที่จะต้องปักปันเส้นเขตแดนในเทือกเขาดงรักด้านตะวันออกรวมทั้งเขา พระวิหารด้วย แต่ปรากฏว่าคณะกรรมการชุดที่ 2 นี้ไม่เล็งเห็นความจำเป็นที่จะต้องเป็น เส้นเขตแดนในบริเวณเขาพระวิหารอีก การกระทำนี้อาจจะตีความในทางกลับได้ว่า คณะกรรมการผสมชุที่ 2 เห็นว่าเส้นเขตแดนที่ถูกปักปันขึ้นตามอนุสัญญาปี ค.ศ. 1904 นั้นมีความชัดเจนอยู่แล้วจึงไม่จำเป็นต้องปักปันซ้ำอีก ศาลเห็นว่าแผนที่ของภาคผนวกที่ 1 เป็นเพียงคณะกรรมการชุดที่ 1 มีการปักปันเช่นกันแต่ยังไม่เสร็จซึ่งยังไม่ได้รับการรับรองเป็นลายลักษณ์อักษรจากคณะกรรมการชุดที่ 1 และไม่มีเอกสารทางราชการอื่นใดที่อาจพิสูจน์ได้ ว่าแผนที่ภาคผนวกที่ 1 นั้น เป็นผลงานโดยชอบของคณะกรรมการผสมชุดที่ 1 ศาลจึงสรุปว่าในระยะเริ่มแรกในขณะที่แผนที่ได้ทำขึ้น (ค.ศ. 1907) แผนที่นั้นไม่มีลักษณะที่จะผูกมัดรัฐภาคี
2. ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในแผนที่ ศาลโลกยอมรับว่า แผนที่ภาคผนวกที่ 1 คลาดเคลื่อนไปจากแนวเส้นสันปันน้ำที่อนุสัญญา ค.ศ. 1904 กำหนดเอาไว้ อย่างหรก็ดี ถึงแม้ว่าการปักปันเส้นเขตแดนตามแผนที่ภาคผนวกที่ 1 จะมิได้เป็นผลงานของคณะกรรมการผสมชุดที่ 1 ก็ตาม แต่ข้อเท็จจริงก็คือ "รัฐบาล มีอำนาจที่จะรับรองผลของการปักปันเส้นเขตแดนที่คลาดเคลื่อนจากแนวสันปันน้ำ (ซึ่งอนุสัญญาปี ค.ศ. 1904 บัญญัติไว้) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ก็คือการรับรองแผนที่ภาคผนวก 1 โดยรัฐบาลคู่พิพาทเป็นความตกลงระหว่างประเทศฉบับใหม่ ซึ่งมีผลลบล้างข้อความที่ภาคีคู่สัญญาได้ตกลงกันไว้แต่เดิมในอนุสัญญาปี ค.ศ. 1904 นั่นเอง
รัฐบาลสยามมิได้ทักท้วงข้อผิดพลาดดังกล่าว ขณะที่และภายหลังที่ฝรั่งเศสได้ส่งแผนที่ภาคผนวกที่ 1 มาให้สยามพิจารณา จึงไม่อาจอ้างเรื่องการทำแผนที่ผิดพลาด โดยนิ่งเฉย และไม่แสดงท่าทีคัดค้านเส้นเขตแดนทั้งที่ไทยสามารถหลีกเลี่ยงได้ การนิ่งเฉยของไทยนั้นเป็นการกระทำที่มีส่วนก่อให้เกิดความผิดพลาดนี้ขึ้นมา
3. คุณค่าของแผนที่ที่ได้รับการยอมรับจากรัฐภาคี ไทยอ้างว่าไทยไม่เคยให้การรับรองเป็นลายลักษณ์อักษร แก่แผนที่ภาคผนวก 1 เป็นข้ออ้างที่รับฟังไม่ได้ เพราะไทย รับแผนที่มา 50 ชุด และยังขอเพิ่มเติมอีก 15 ชุดจากฝรั่งเศส เพื่อนำไปแจกจ่ายให้ข้าหลวงประจำจังหวัด ต่อมาในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1909 คณะกรรมการจัดทำแผนที่ประเทศสยามก็ยังได้ประชุมกันที่กรุงเทพฯ เพื่อจัดทำแผนที่ประเทศสยามฉบับย่อขึ้น โดยใช้แผนที่ภาคผนวกที่ 1 เป็นแม่แบบ ดังนั้น แม้ว่าฝ่ายจะไม่ได้ให้คำรับรองที่เป็นลายลักษณ์อักษรก็ตาม แต่การประพฤติปฏิบัติของฝ่ายไทยก็ส่อเจตนาที่จะยอมรับโดยพฤตินัยต่อเส้นเขตแดนในบริเวณเขาพระวิหารที่ตีพิมพ์ลงในแผนที่ฉบับนี้มาโดยตลอด ฝ่ายไทยไม่เคยมีปฏิกริยา โต้ตอบเรื่องนี้ภายในระยะเวลาอันสมควรด้วยเหตุนี้ศาลจึงเล็งเห็นว่าฝ่ายไทย "ได้ให้ความยินยอมโดยการนิ่งเฉยแล้ว" ดังภาษิตลาตินที่ว่า "ผู้ที่เงียบเฉยอยู่ย่อมถือเสมือนได้ว่ายินยอม ถ้าเขามีหน้าที่ที่จะพูดและสามารถที่จะพูดได้"
2. เหตุผลอันดับรอง ท่าทีที่ขัดแย้งกันเองในข้อต่อสู้ของฝ่ายไทย เจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคของไทยได้ค้นพบว่ามีความผิดพลาดในการเขียนตำแหน่งของลำน้ำเสนลงในแผนที่ แต่มิได้ทำการประท้วงในระดับระหว่างประเทศ ต่อมามีความตกลงระหว่างสยามกับฝรั่งเศส จัดตั้งคณะกรรมการประนอม ทบทวนเส้นเขตแดนหลายจุด ยกเว้นในส่วนที่เป็นข้อพิพาทนี้ อีกประการหนึ่งเจ้าหน้าที่ชั้นสูงของฝ่ายไทยคือกรมพระยาดำรงราชานุภาพได้เสด็จไปสำรวจทางโบราณคดีในเขตของเขาพระวิหาร ฝรั่งเศสได้ตั้งกองทหารรับเสด็จแต่ฝ่ายไทย ก็มิได้มีปฏิกิริยาโต้ตอบเพื่อคัดค้านอธิปไตยของฝรั่งเศสเหนือเขาพระวิหาร แม้ไทยจะอ้างว่ารัฐบาลของตนมิได้ทักท้วงแต่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้ครอบครองดินแดนส่วนนี้อย่างบริสุทธิ์ใจ คือครอบครองด้วยความเชื่อมั่นว่าดินแดนนี้อยู่ภายใต้อธิปไตยของตนมาโดยตลอดแต่ ศาลโลกเห็นว่า "เป็นการยากที่ศาลจะยอมรับว่าการกระทำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นจะสามารถ ลบล้างท่าทีของรัฐบาลไทยที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง"
ดังนั้นจะเห็นได้ว่าคำพิพากษาของศาลโลกได้นำเอาหลักกฎหมายวิธีพิจารณาความของกลุ่มประเทศแองโกล-แซกซอน มาปรับใช้กับคดีนี้หลักดังกล่าวได้แก่ "หลักทฤษฎีปิดปาก หรือเอสตอปเปิล (Estoppel)" ซึ่งเป็นวิธีพิจารณาความที่ตั้งอยู่บน พื้นฐานของหลักแห่งความบริสุทธิ์ใจ เปิดโอกาสให้คู่ความใช้วิธีนี้ปิดปากฝ่ายตรงข้าม เมื่อฝ่ายหลังให้ข้อขัดแย้งกันเอง ศาลโลกไม่ได้ใช้สำนวนเอสตอบเปิลนี้โดยตรง แต่กลับหลีกเลี่ยงไปใช้คำ "Preclusion" แทน



























อังกฤษเพิ่มเจ้าหน้าที่การทูตในตะวันออกกลางและเอเชียใต้
2008-01-06 10:38:06
เดวิด มิลิแบนด์ รัฐมนตรีต่างประเทศของอังกฤษกล่าวว่า อังกฤษจะเพิ่มการดำเนินการทางการทูตในภูมิภาคตะวันออกกลางและเอเชียใต้เพื่อช่วยต่อต้านการก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์






สก็อตแลนด์ยาร์ดเข้าตรวจสถานที่ลอบสังหาร "บุตโต"
2008-01-06 08:59:44
ผู้เชี่ยวชาญด้านการปราบปรามการก่อการร้ายจากหน่วยสก็อตแลนด์ยาร์ดของอังกฤษ ได้ทำการตรวจสอบสถานที่ที่นางเบนาซีร์ บุตโต อดีตนายกรัฐมนตรีและผู้นำฝ่ายค้านปากีสถานถูกลอบสังหาร เป็นครั้งแรกเมื่อวานนี้ แต่ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด การตรวจสอบมีขึ้นท่ามกลางการรั




FACT ชี้ปิดเว็บ ‘ฟ้าเดียวกัน’ คือการก่อการร้ายในโลกไซเบอร์ เตรียมฟ้องผู้เกี่ยวข้อง
2008-01-06 00:12:01
กลุ่มเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์แห่งประเทศไทย หรือ FACT ออกจดหมายเปิดผนึก เรียกร้องให้เปิดเว็บไซต์และเว็บบอร์ดสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน ระบุการปิดครั้งนี้คือการก่อการร้ายในโลกไซเบอร์ เตรียมฟ้องผู้รับผิดชอบการปิดเว็บในกรณีนี้







สก็อตแลนด์ยาร์ดเริ่มสอบสวนคดีลอบสังหารบุตโต
2008-01-05 17:42:16
คาดตำรวจต่อต้านการก่อการร้ายของอังกฤษจะเริ่มตรวจสอบหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการลอบสังหาร นางเบนาซีร์ บุตโต ผู้นำพรรคฝ่ายค้านของปากีสถานในวันนี้ (5) เจ้าหน้าที่เผย




"ธฤต" ยืนยันยังไม่จำเป็นต้องอพยพคนไทยออกจากปากีฯ
2007-12-28 16:02:42
หลังจากวานนี้เกิดเหตุลอบสังหารนางเบนาซีร์ บุตโต อดีตนายกรัฐมนตรีปากีสถาน ทำให้เกิดเหตุวุ่นวายขึ้นในประเทศ นายธฤต จรุงวัฒน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงท่าทีของประเทศไทยว่า ขอประณามการก่อการร้ายและการกระทำการรุนแรงสุดโต่งทุกรูปแบบ พ





Stock Watch - ความกังวลเรื่องการก่อการร้ายจะกดดันตลาดบ้าง
2007-12-28 09:48:00
แรงซื้อหุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มพลังงาน ธนาคาร ปิโตรเคมี รวมทั้งหุ้น TTA และ ADVANC หนุนให้ตลาดหุ้นวันวานเพิ่มขึ้นถึง 1.29% สอดคล้องกับทิศทางของตลาดหุ้นในภูมิภาคที่ส่วนใหญ่เพิ่มขึ้น





การสัมมนา เรื่อง โครงการความร่วมมือระหว่างศุลกากรสหรัฐฯ กับภาคธุรกิจเพื่อต่อต้านการก่อการร้าย
2007-12-26 09:26:03
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ศุลกากรสหรัฐฯ (U.S Customs and Border protection) จะจัดการสัมมนาให้แก่สมาชิกโครงการความร่วมมือระหว่างศุลกากรกับภาคธุรกิจเพื่อต่อต้านการก่อการร




เกิดอะไรขึ้นในภาคใต้?

การก่อการร้ายในภาคใต้ .....มีที่มาอย่างไร?

ข่าวการก่อการร้าย ปรากฏให้เห็นอยู่บ่อยครั้งในภาคใต้ โดยเฉพาะ 4 จังหวัดล่างสุด เป็นเวลานานมาแล้วที่ทางการไม่สามารถควบคุมวิกฤตการณ์นี้ได้ สาเหตุการก่อการร้ายไม่ชัดเจน แม้แต่กลุ่มผู้ก่อการร้ายก็ไม่ชัดเจน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจมักออกมาให้ข่าวอยู่เสมอว่า เป็นผลงานของผู้ก่อการร้ายมือใหม่ หรือเป็นพวกสร้างความสนใจให้กับกลุ่มของตน แต่ครั้งแล้วครั้งเล่าเจ้าหน้าที่ก็ไม่วายถูกโจมตีอีก ยิ่งเจ้าหน้าที่ของรัฐท้าทายมากเท่าใด การก่อการร้ายก็ยิ่งเกิดขึ้นบ่อยครั้งเท่านั้น ประชาชนในพื้นที่ก็ไม่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างจริงจัง แม้จะเห็นคนร้ายก็ไม่ยอมให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ การก่อการร้ายในพื้นที่ภาคใต้จึงแตกต่างจากในพื้นที่อื่น ๆ ของไทย ที่มักจะเป็นกลุ่มก่อการร้ายที่มีเงื่อนไขและข้อต่อรองชัดเจน ส่วนในภาคใต้มักคลุมเครืออยู่เรื่อยมา

สาเหตุน่าจะมากจากหลายกรณี และสะสมมากนานจนยากที่จะเข้าใจ แม้แต่ชาวภาคใต้เองยังสับสนเลยว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นฝ่ายประชาชนหรือไม่ นโยบายรัฐหลาย ๆ นโยบายที่ไปควบคุมและขัดกับแนวคิดและวิถีชีวิตเดิมของเขา เป็นนโยบายที่รัฐหยิบยื่นให้ โดยไม่ได้มาจากข้อเรียกร้องของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง

ในอดีตนับตั้งแต่สมัยสุโขทัยจนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น การปกครองในส่วนภูมิภาค จะมีลักษณะเป็นหัวเมือง แบ่งเป็น หัวเมืองชั้นใน หัวเมืองชั้นนอก และประเทศราช เจ้าเมืองผู้ปกครองหัวเมืองจะมีอำนาจในการบริหารสูง บริหารบ้านเมืองตามวิถีของชุมชนในภูมิภาคนั้น ๆ ครั้นเมื่อสมัยรัชกาลที่ 5 ได้มีการปฏิรูปการปกครองส่วนภูมิภาคเป็นระบบเทศาภิบาล โดยออก พระราชบัญญัติปกครองท้องที่ ร.ศ.116 และพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 มีการจัดตั้งเป็นมณฑล, จังหวัด, อำเภอ และหมู่บ้าน โดยได้ส่งข้าหลวงมหาดไทยจากกรุงเทพฯ ไปควบคุมอีกทีหนึ่ง จากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ทำให้พระยาเมืองถูกลดทอนอำนาจและบทบาทลง เนื่องจากต้องภายใต้การควบคุมจากส่วนกลาง เป็นผู้ปกครองเมืองธรรมดาเหมือนผู้ว่าราชการจังหวัดในปัจจุบัน

นโยบายการปกครองจากส่วนกลางหลายนโยบายที่ขัดกับวิถีชีวิตชาวบ้าน ประกอบกับความแค้นเคืองของพระยาเมือง พระยาวิชิตภักดี (อับดุลการ์เดร์ บินตวนกู อามารุดดิน) เจ้าผู้ครองเมืองปัตตานีสมัยนั้น จึงได้ยุยงราษฎรที่นับถือศาสนาอิสลามและมีเชื้อสายมาลายูให้เคลื่อนไหวก่อความไม่สงบขึ้น จนในที่สุดพระยาวิชิตภักดีถูกจับในข้อหากบฏ

ต่อมาเมื่อสมัยรัชกาลที่ 6 พระยาวิชิตภักดีได้รับพระราชทานอภัยโทษ จึงกลับไปพร้อมกับอุดมการณ์ที่จะแยกดินแดนตอนใต้ให้เป็นรัฐอิสระ ได้ทำการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง เมื่อใดรัฐบาลมีนโยบายที่ขัดกับแนวคิดหรือวิธีปฏิบัติของมุสลิม ก็จะถือเป็นเงื่อนไขในการรวมตัวกันเป็นขบวนการจับอาวุธลุกขึ้นต่อต้านอำนาจรัฐทันที

ในสมัยที่มีพรรคคอมมิวนิสต์ในประเทศไทย มีการปราบปรามจากเจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างเด็ดขาด ขบวนการก่อการร้ายก็ยิ่งเด่นชัดขึ้น เริ่มก่อตั้งกลุ่มอย่างชัดเจน และได้รับการสนับสนุนจากนอกประเทศ

ครั้นเมื่อสหภาพโซเวียตล่มสลาย อุดมการณ์สังคมนิยมคอมมิวนิสต์ก็สลายไปด้วย การต่อต้านอำนาจรัฐด้วยอุดมการณ์คอมมิวนิสต์จึงไม่ใช่เงื่อนไขอีกต่อไป

อุดมการณ์การแบ่งแยกดินแดนจึงเป็นวัตถุประสงค์หลักของการก่อการร้ายในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งมีอยู่ 2 ขบวนการ คือ ขบวนการพูโล และขบวนการก่อการร้าย BRN ปัจจุบันได้รวมกันเป็นกลุ่มเบอร์ซาตู เพื่อเป็นศูนย์กลางในการขอรับการสนับสนุนจากกลุ่มประเทศมุสลิม มีกองกำลังติดอาวุธที่เคลื่อนไหวในลักษณะจรยุทธ มีกำลังพลประมาณ 60 คน นอกจากนี้ยังมีสมาชิกที่คอยก่อวินาศกรรมในเขตเมืองอีกประมาณ 40 คน การปฏิบัติการไม่รุนแรงนัก อาวุธที่ใช้มักเป็นระเบิดแสวงเครื่อง มีการปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง เพื่อแสดงผลงานให้ประจักษ์แก่ประเทศที่ให้การสนับสนุน

สถานการณ์ในภาคใต้จึงต้องใช้วิจารณญาณอย่างสูง พิจารณาให้ครอบคลุมทุกด้าน ในการแก้ไขวิกฤตการณ์ เพื่อไม่ให้เกิดความบาดหมางระหว่างภาครัฐกับประชาชนในพื้นที่ และไม่ให้อุดมการณ์แบ่งแยกดินแดนเป็นเงื่อนไขอีกต่อไป รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี 2540 ระบุไว้ชัดเจนว่า “ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้” ถึงแม้ชาวภาคใต้จะเคยคิดที่จะแบ่งแยกดินแดน ภาครัฐก็ต้องกลับมาดูตนเองว่า ได้มีนโยบายที่เกิดมาจากข้อเรียกร้องของชุมชนของเขาหรือไม่ และเข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาให้เขาได้จริงจังแค่ไหน ให้การศึกษาและประชาสัมพันธ์อย่างเพียงพอหรือไม่ ...เหตุการณ์เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่คนไทยฟังภาษาไทยไม่ออกจนเข้าใจผิดกัน....เกิดขึ้นได้อย่างไร?

















มีผู้เข้าชมทั้งหมด 2961 ครั้ง


  ชื่อ :   e-mail :
  กด Ctrl+V เพื่อวาง(paste) , สามารถนำ Glitter Code มาเม้นได้แล้ว !
ข้อควรระวัง : การใส่รูปมากเกินไป อาจทำให้โหลดช้าได้
 
 
(คุณยังไม่ได้ SignIn)

หน้า : 1 2 3 4 5 6 7 8 Next >>

 ชื่อ : นุ่น     e-mail : paveena_1126@thaimail.com
น่ารักมั๊กๆๆเลย
13:23 15/08/2008 ip : 61.7.xxx.246

 ชื่อ : T4RN..-*     e-mail : ( ไม่บอก )
แต่งไดสวยดีน่ะค่ะ...

ผ่านๆมาอ่ะคะ...

MERRY X' MAS*

-*-
00:00 30/11/1999 ip : 125.26.xxx.147

 ชื่อ : ลำยอง วันทอง ซายด์     e-mail : ( ไม่บอก )


บุ๋มปีใหม่กูร์

ด้ายกลับโว๊ย

กูร์แม่งจาพา

ปายแดกเหล้า

ห้ายตายเรยเมิง


555+++
00:00 30/11/1999 ip : 58.64.xxx.75

 ชื่อ : :: ka-jOo-j[0]yZ ::     e-mail : ( ไม่บอก )
Hey !! !


UP ไดล๊ะน้ าา


มาบอกแค่นี้ล่ะค่า า


แหะๆๆ

ขอบคุณสำหรับคอมเม้นค่า


มิส ยู กะจู๋ น้อย!!

tc*
00:00 30/11/1999 ip : 58.64.xxx.214

 ชื่อ : [j][a][n][g]*     e-mail : ( ไม่บอก )
หวาดดีจร้าแบบว่าหลงเข้ามาอ่ะ

ชอบ piglet เหมือนกันเลย

ไปก่อนดีก่า.......บ๊ายบายจร้า

.......................................TC*
00:00 30/11/1999 ip : 125.26.xxx.108

 ชื่อ : rutmay     e-mail : ( ไม่บอก )
เม้นคืนหน่ะ
00:00 30/11/1999 ip : 124.121.xxx.142

 ชื่อ : ยัEมู๋บิuก:นาeแว่นคุJ     e-mail : ( ไม่บอก )
ดีจัยด้วยนะค่ะ ที่เข้าจัยกันได้แร้ว

อุ้มเปนกำลังจัยหั้ยค่ะ

บางทีทะเลาะกันอาจทำหั้ยเราเข้าจัยกันมากขึ้นนะค่ะ

อิอิ อุ้มปัยก่อนนะ บะบายค่ะ
00:00 30/11/1999 ip : 203.151.xxx.151

 ชื่อ : TakiabkunG     e-mail : ( ไม่บอก )
C o M m E n T

มาเม้นหั้ยน้า คร๊าฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ

๕๕๕๕๕๕+ เอิ๊กส์ๆๆๆๆๆ

ช่วงนี้อากาศร๊อนร้อนนนนน เน๊าะ !!

ยังงัยก่าไปเมน้หั้ยเราบ่อยๆน้า

ไปแระ คร๊าฟฟ.........
.
.
.
.


A l o n E ^^

00:00 30/11/1999 ip : 125.26.xxx.136

 ชื่อ : Bai-tey     e-mail : ( ไม่บอก )
เตย อัพไดร์แล้วนะ

00:00 30/11/1999 ip : 124.157.xxx.163

 ชื่อ : geanny     e-mail : ( ไม่บอก )
ขอโทดด้วยน้าที่เม้นให้ช้ามากมาย
พอดีมีสอบอ่านหนังสือสอบ 2 อาทิดเลย
แต่ตอนนี้กลับมาแล้ว
ยางงายก้อดูแลตัวเองด้วยน้า
ขอให้รู้ไว้เลยน้า
ว่าจีนเปงห่วง
จุฟจุฟ
00:00 30/11/1999 ip : 122.154.xxx.252

 ชื่อ : Nuch....     e-mail : ( ไม่บอก )
เม้นท์ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
เจ้าของไดน่ารักเหมือนไดเลย
อิอิ ชอบพิกเล็ตเหมือนกานเยยนะ
บับบาย......
00:00 30/11/1999 ip : 61.7.xxx.79

 ชื่อ : ++     e-mail : ( ไม่บอก )
00:00 30/11/1999 ip : 61.7.xxx.152

 ชื่อ : เป็ดน้อยจ้า     e-mail : ( ไม่บอก )
ไดน่ารักจังเลยน่ะค่ะ
สวัสดียามเช้าน่ะค่ะ
00:00 30/11/1999 ip : 203.209.xxx.105

 ชื่อ : +-+zin3e*-*     e-mail : ( ไม่บอก )


เฮ่อๆๆ

กูร์ก้อ

เปลี่ยน

ได

ใหม่

ว่ะ

((เปลี่ยนแม่งทุกอย่าง))
00:00 30/11/1999 ip : 58.64.xxx.20

 ชื่อ : __TuWLeK__     e-mail : ( ไม่บอก )
+++++++ ได อา น่า รัก มาก เลย นู๋ ชอบ winnie the pooh มากเลย+++++++++


+++++++++++ หลง เข้า มา ++++++++++++++++


+++++++++++ ถ้า คิ ถึง กัน ขอ เม้น กลับ ด้วย อ่ะ นะ ค่ะ ++++++++++++



++++++++++++ จา รอ อ่าน คอม เม้น อ่า ++++++++++
00:00 30/11/1999 ip : 125.26.xxx.96

หน้า : 1 2 3 4 5 6 7 8 Next >>

Click ! ติดต่อเวบมาสเตอร์ Click !
 



*^SomZy++BumBim^*
[ username : ooppiglet ]
ไปหน้าแรก | ไปหน้ารวมไดอารี่


<<กุมภาพันธ์ 2551 >>
อา.จ.อ.พ.พฤ.ศ.ส.
1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29

Last Entries
  - NO-TITLE
  - NO-TITLE
  - NO-TITLE
  - วันที่ฉันป่วย
  - som
  - ***ขี้เกีย_จที่สุดเลย..........+++++

Link

Diary Update
  - พี่รักโม
  - Love is All arounD
  - สิ่ง ดีๆ ที่ มี ให้ กัน
  - ที่ที่มืด..ที่สุด คือที่ที่สว่าง....ที่สุด
  - คนพิเศษ
  - - - no title - -
  - ♥ ۵ ♥..§ กว่าจะมาได้ See DIary's againe § ..♥ ۵ ♥
  - - - no title - -
  - -*-
  - ::: Hua ::: 27 August 2008

Diary Link ของเพื่อนๆ

*^SomZy++BumBim^* Photo Album

+++++++++++++++++++++++